5 เรื่องที่คนทำงาน (อาจ) ต้องเจอเมื่อ Back to Work

5 เรื่องที่คนทำงาน (อาจ) ต้องเจอเมื่อ Back to Work
25/06/20   |   830   |  

 

  • เวลาเข้า-ออกงาน ที่ (อาจ) จะเปลี่ยนไป เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางช่วงเวลาเร่งด่วนและความแออัดของการโดยสารขนส่งสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลให้เวลาเลิกงานของเราช้าลง หรือเข้างานเร็วขึ้น

  • รูปแบบและเวลาในการเดินทางไม่เหมือนเดิม การเว้นระยะห่างในการต่อแถว การลดจำนวนการโดยสารรถไฟฟ้า และการขึ้นลิฟต์ อาจทำให้คนที่โดยสารขนส่งสาธารณะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางไปทำงานมากขึ้น

  • เทคโนโลยีจะกลายมาเป็นอวัยวะที่ 33 อย่างเต็มตัว เราอาจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีให้มากขึ้น ในการประชุมทีม การใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสด ซึ่งหากใครยังไม่พร้อมปรับตัว ก็อาจเกิดความลำบากในการทำงานได้

  • มีความถี่มากขึ้นในการทำความสะอาดทั้งของใช้ส่วนตัวของตัวเองและของใช้สำนักงานส่วนกลาง ให้ผู้ใช้คนถัดไปทุกครั้งเพื่อความสบายใจและความสะอาดในการจับสิ่งของเหล่านั้น 

  • มีระยะห่างในการใช้ชีวิตปกติ หากออฟฟิศใหญ่โต๊ะทำงานก็อาจจะอยู่ห่างกันมากกว่าเดิม หากออฟฟิศเล็กก็อาจจะมีอะไรมากั้นกลางระหว่างเราและเพื่อนร่วมงานไว้ 

 

 

ดาวน์โหลด App ของ TCRT เพื่อลงทะเบียนเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ได้ที่

Android หรือ Huawei AppGallery

 

เมื่อหลายองค์กรเริ่มให้พนักงานทยอยกลับไปทำงานที่ออฟฟิศกันบ้างแล้ว TCRT เลยอยากพาคนทำงานทุกคนมาทำความรู้จักกับ New Normal ของคนทำงาน ว่าในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังไม่คลี่คลาย 100% คนทำงานที่ต้องไปทำงานออฟฟิศต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ตัวเองและคนในครอบครัว

 

New Normal คือการดำเนินชีวิตหรือความปกติแบบใหม่ในขณะที่ทั่วโลกเกิดสถานการณ์บังคับ อย่างสถานการณ์ COVID-19 การใส่หน้ากากอนามัยถือเป็นอีก New Normal ของคนไทย หรือการทำงานแบบ Work from Home เป็น New Normal ของหลาย ๆ องค์กรที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งอาจเกิดขึ้นชั่วคราวในขณะที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยคนทำงานจะมี New Normal แบบไหนบ้าง เราก็ได้รวบรวม 5 เรื่องที่คนทำงาน (อาจ) ต้องเตรียมตัวเมื่อ Back to Work มาฝาก

 

เวลาเข้า-ออกงาน ที่ (อาจ) จะเปลี่ยนไป

หลายบริษัทที่เริ่มให้พนักงานกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ อาจปรับเวลาการทำงานต่างไปจากเดิมเพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางช่วงเวลาเร่งด่วนและความแออัดของการโดยสารขนส่งสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลให้เราเข้างานสายและเลิกงานช้าลง หรือต้องไปทำงานเช้าขึ้นแต่กลับบ้านไว ซึ่งข้อดีก็คือเรามีเวลาส่วนตัวในตอนเช้าหรือตอนเย็นมากกว่าเดิม ลองใช้เวลานี้เพื่อเอาใจใส่กับตัวเองให้มากขึ้น อาจเป็นการใช้เวลาในการออกกำลังกาย หรือทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพกินเอง ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่อตัวเราแน่ ๆ 

 

รูปแบบและเวลาในการเดินทางที่ไม่เหมือนเดิม

การเว้นระยะห่างในการต่อแถว การลดจำนวนการโดยสารรถไฟฟ้า และการขึ้นลิฟต์ อาจทำให้คนทำงานที่โดยสารขนส่งสาธารณะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางไปทำงานมากขึ้น เมื่อถึงวันแรกที่ต้องกลับไปทำงานออฟฟิศ​ อาจต้องลองตื่นเช้ากว่าปกติ เพื่อจะได้คำนวณระยะเวลาในการเดินทางถูก หากไปเร็วกว่าเวลาเข้างาน วันต่อมาอาจค่อย ๆ เปลี่ยนเวลาให้ช้าลงทีละนิดจนกว่าจะพอดีกับการเดินทางแบบ New Normal

 

เราคงเห็นได้จากหลายองค์กร หลายมหาวิทยาลัย ที่ปรับการทำงานและการเรียนการสอนมาเป็นแบบ Online ทำให้หลายคนต้องใช้เทคโนโลยีเป็นอวัยวะที่ 33 อย่างเต็มตัว ส่งผลให้เมื่อกลับไปทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิม การทำงานและการใช้ชีวิตจะไม่ใช่แบบเดิมแน่นอน เพราะเราอาจจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีให้มากขึ้น ในการประชุมทีม การใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสด ซึ่งหากองค์กรหรือคนทำงานคนไหนยังไม่พร้อมปรับตัวอยู่กับเทคโนโลยี ก็อาจเกิดความลำบากในการทำงานได้

 

มีความถี่มากขึ้นในการทำความสะอาดของใช้

นอกจากการทำความสะอาดปกติของแม่บ้านและทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวของตัวเองแล้ว ของใช้สำนักงานส่วนกลางอย่าง เครื่องปริ้นเตอร์ หรือเครื่องถ่ายเอกสาร เมื่อใช้เสร็จแล้วก็ควรทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ ให้ผู้ใช้คนถัดไปทุกครั้งเพื่อความสบายใจและความสะอาดในการจับสิ่งของเหล่านั้นด้วย ทำให้สเปรย์แอลกอฮอล์และทิชชูเปียกอาจจะกลายมาเป็นสิ่งของอีกสองอย่างที่ควรมีติดตัวไว้สำหรับการกลับไปทำงานที่ออฟฟิศแบบ New Normal

 

ระยะห่างในการใช้ชีวิตปกติ

เราจะมีความห่างเหิน (ทางกายภาพ) กับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น หากออฟฟิศใหญ่โต๊ะทำงานก็อาจจะอยู่ห่างกันมากกว่าเดิม หากออฟฟิศเล็กก็อาจจะมีอะไรมากั้นกลางระหว่างเราและเพื่อนร่วมงานไว้ กระทั่งการกินข้าวก็ควรนั่งห่างกัน ไม่แชร์จาน และการสังสรรค์หลังเลิกงานก็ยังไม่ควรทำด้วยเช่นกัน ทำให้การกลับไปกินบ้านใครบ้านมันก็อาจจะกลายเป็น New Normal สำหรับคนทำงานสายปาร์ตี้ก็ได้

 

การใช้ชีวิตแบบ New Normal นี้บางอย่างอาจจะเกิดกับเราเพียงชั่วคราว อะไรที่เราพอทำได้เพื่อความปลอดภัยก็ควรทำ ในช่วงแรก ๆ อาจเกิดความยากลำบากในการปรับตัวทำอะไรที่เรายังไม่คุ้นชิน แต่ถ้าลองเอาข้อดีมาดู อย่างการงดใช้เงินสดและหันมาใช้จ่ายผ่าน Mobile Banking แทนก็จะช่วยลดปัญหาการกดเงินสดมาไม่พอ เวลาเข้างานที่ช้าลงก็ทำให้เราได้ทำกิจกรรมเพื่อดูแลตัวเองตอนเช้าเยอะขึ้น การไม่สังสรรค์ต่อหลังเลิกงานก็ทำให้เรามีเงินเก็บเยอะขึ้น หรือแม้แต่หลายองค์กรที่ลองให้พนักงานทำงานแบบ Work from Home แล้วการทำงานกลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ ก็อาจจะลองปรับชั่วโมงการทำงานหรือสถานที่ทำงานตลอดไปเลยก็ได้

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารการอัปเดตเกี่ยวกับ TCRT ได้ที่ Facebook: TCRT กู้ภัย Covid-19

 

ที่มา:

blog.jobthai.com

brandinside.asia

techsauce.co

thestandard.co

tags : tcrt, covid-19, คู่มือสู้ covid-19, new normal, คนทำงาน, back to work, การดูแลตัวเอง